ทัวร์อิตาลีต้องห้ามพลาดเที่ยวเมืองเวนิส

เวนิส (Venice) เป็นเมืองที่มีฉายาว่า เมืองแห่งสายน้ำ ความสวยงามตรึงใจของที่นี่เหมือนได้อยู่ในโลกนิทาน มีเอกลักษณ์ที่ไม่มีที่ไหนเหมือน จนหลายคนตั้งเป้าว่าชาตินี้ขอให้ได้ไปสักครั้ง !

เมืองเวนิสเป็นเกาะ อยู่ออกไปในทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) การเดินทางไปทัวร์อิตาลี มาเวนิสจากสนามบินมาได้สามทาง คือ ทางรถบัส เรือ และรถไฟ ค่ะ เมืองเวนิสมีสถานีรถไฟหลัก คือ Venezia Santa Luciaเป็นสถานีที่ผู้โดยสารสามารถมาลง และเดินเที่ยวในเมืองเวนิสได้เลย สำหรับการเดินทางภายในตัวเมืองสามารถเลือกได้ คือเดินเท้า นั่งเรือโดยสาร Vaporetto นั่งเรือแท๊กซี่ หรือนั่งเรือกอนโดล่าไปตามจุดต่างๆ ในตัวเมืองค่ะ

จริงๆ เวนิสประกอบด้วยเกาะเล็กๆ ประกอบกันขึ้นเป็นลากูน (lagoon) ผืนน้ำที่คั่นระหว่างเกาะต่างๆ มีสะพานเชื่อมถึงกัน พื้นดินทั้งหลายนั้นแท้จริงแล้วเป็นเกาะใหญ่น้อยมาร้อยรวมกันเสมือนผ้าผืนใหญ่ที่อยู่กลางน้ำนั่นเอง สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในเวนิสนั้นมีอยู่หลายที่ด้วยกันที่น่าไปมากๆ  italyinluv.com เลยรวบรวมจุดที่เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์คที่พลาดไม่ได้ของเมืองมาฝากกันค่ะ

  1. มหาวิหารซานมาร์โก้

มหาวิหารซานมาร์โก้ โบสถ์สำคัญแห่งเมืองเวนิสที่เริ่มสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ ค.ศ.823 ผสมผสานศิลปะของหลายยุคขึ้นไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ไบเซนไทน์ โรมาเนสก์ โกธิค จนถึงเรอเนสซองซ์ หลังคาของมหาวิหารซานมาร์โกสร้างแบบโดมสุเหร่าของศาสนาอิสลาม โดมกลางมีขนาดใหญ่ที่สุด ประดับโมเสกสีทองอร่ามตั้งแต่หลังคาจรดพื้น จึงได้รับสมญานามว่า “Church of Gold” มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 เลยทีเดียว

2.โบสถ์ซานตามาเรีย เดลลา ซาลูเต

ภาพเวนิซที่เราเห็นกันตามรูปถ่ายต่างๆ มักจะมีโบสถ์แห่งนี้อยู่ด้วยเสมอ เป็นโบสถ์สไตล์บาโรกที่ตั้งอยู่บริเวณปากแกรนด์คาแนล ทางด้านทิศใต้ ก่อนที่จะออกสู่ทะเลสาบค่ะ ภายในโบสถ์จะมีภาพเขียน และประติมากรรมล้ำค่าหลายชิ้น รวมทั้งรูปสลัก Queen of Heaven expelling the Plague ผลงานชิ้นเอกของศิลปิน Josse de Corte อยู่ด้วยค่ะ

3.พระราชว้งดอจ

พระราชวังดอจ เป็นพระราชวังสไตล์โกธิคของดยุคผู้ครองเมืองเวนิส ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ภายในพระราชวังประดับด้วยทองคำ และมีภาพจิตรกรรมมากมาย นอกจากความสวยงามโอ่อ่านี้ ชั้นใต้ดินของวัง ยังมีคุกขังนักโทษ ซึ่งถูกเชื่อมด้วยทางเดินแคบๆ ไปยังสะพานข้ามคลองสู่แดนคุมขัง สะพานแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า สะพานถอนหายใจ (Ponte dei Sospiri หรือ Bridge of Sighs) ตามอาการของนักโทษที่เดินข้ามสะพานและกำลังจะหมดอิสรภาพนั่นเอง